Signal (2016) : สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา

     ก็ต้องบอกว่าสำหรับหนุ่ม อีเจฮุนคนนี้ เป็นที่รู้จักกันมาสักพักแล้วละครับ จากซีรีย์ที่เรียกได้ว่าทำให้เขากลายเป็นหนุ่มยอดฮิตและกลายเป็นสามีทิพย์ของสาวๆ หลายๆ คนที่ฝากฝีไม้ลายมือมาก็นานแล้ว ทว่าสำหรับปีนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ ว่าเป็นปีของเขาเลยจริงๆ ที่ได้ลงจออวดความหล่อเหล่าและความสามารถด้านการแสดงขั้นเทพให้หลายๆ คนได้กรี๊ดกร๊าดจนกลายเป็นแฟนคลับกัน ไม่ว่าจะเป็น Move to heaven / Time to hunt ที่สามารถรับชมผ่านทาง Netflix หรือว่าจะเป็นซีรีย์ที่โคตรจะดุเดือดของโชเฟอร์แท็กซี่สุดหล่ออย่าง Taxi Driver จากทาง Viu ครับผม ซึ่งนั่นทำให้ผมได้ลองย้อนดูเรื่องอื่นๆ ที่เขาได้ทำการแสดงไปแล้ว และทำให้มาสะดุดกึกกับเรื่อง Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลาเรื่องนี้ครับ ที่แว่วๆ มาว่ากำลังจะนำมารีเมคเป็นของไทยต่อจาก Voice และ Tunel นั่นเองครับผม…วันนี้ผมเลยหยิบมารีวิวเสียเลย เผื่อใครจะยังไม่เคยดู

เรื่องย่อ Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา ซีรีย์สืบสวนชั้นเลิสที่มีรางวัลรับประกันมากมาย

     Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา เป็นเรื่องราวของผู้หมวดพัคเฮยอง ที่ในวัยเด็กนั้นเขาได้สูญเสียพี่ชายสุดที่รักไปจากความไม่ยุติธรรมของกฏหมาย ทำให้เขาโตมาเพื่ออยากที่จะเป็นตำรวจ และจัดการคดีต่างๆ ด้วยความถูกต้อง เขานั้นเรียนมาทางด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร นั่นทำให้เขามีความฉลาดรอบรู้ทั้งในด้านการสืบสวนและการวิเคราะห์เป็นอย่างมาก และในวันที่เขาได้สะสางคดีหนึ่งซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการลักพาตัวเมื่อ 15 ปีก่อน ที่คดีกำลังจะหมดอายุความ…เขาก็ได้พบกับวิทยุสื่อสารอันหนึ่ง นั่นคือเรื่องมหัศจรรย์ที่เขาสามารถใช้มันสื่อสารกับนักสืบอีแจฮันที่หายสาปสูญไปเมื่อ 15 ปีก่อน (ซึ่งเขานั้นได้เป็นคนเคยร่วมงานกับหมวดชาซูฮยอน เพื่อนร่วมทีมปัจจุบันของหมวดพัค) และเพราะอะไรบางอย่าง ที่ทำให้อดีตและปัจจุบันมาบรรจบกันด้วยการสื่อสารผ่านวิทยุ ทำให้ทั้งสองคนนั้นจึงได้ช่วยกันไขคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างเข้มข้นและดุเดือดที่สุด

Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา

รีวิว Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา

     สำหรับ Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา ผมไม่ได้ตามหาข้อมูลมาก่อนว่าซีรีย์เรื่องนี้มีรางวัลอะไร แต่ผมตามมาเพราะนักแสดงอย่างอีเจฮุนล้วนๆ เลยนั่นเองครับ (หัวเราะ) แต่ปรากฏว่า เพียงแค่ 1 ตอน…ย้ำนะครับ ว่าแค่ 1 ตอนที่ได้ดูเท่านั้น ผมก็ตัดสินใจที่จะดูซีรีย์เรื่องนี้ต่อแบบยาวๆ ทันที และผมก็ใช้เวลาแค่ 3 วันในการจัดการเสพซีรีย์เรื่องนี้จนจบ ด้วยความยาว 16 ตอน ซึ่งสามารถรับชมได้ใน Netflix ครับ

     สิ่งที่อชบใน Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา อย่างแรกเลยนั่นคือพล็อตครับ มันมีความแฟนตาซีเล็กๆ เสริมเข้ามาทำให้เรื่องราวมันดูน่าตื่นตาตื่นใจขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้แฟนตาซีมากเสียจนกลิ่นความเป็นซีรีย์สืบสวนหายไปจนหมดนะครับ บอกได้เลยว่าความเป็นซีรีย์สืบสวนนั้นยังมีแบบเต็มเปี่ยม และมันส์แบบทะลุปรอทกันเลยทีเดียวครับผม ด้วยสิ่งหนึ่งที่เพิ่มความน่าสนใจแบบสุดๆ นั่นก็คือการหยิบยกคดีที่เคยเกิดขึ้นจริง มาดัดแปลงให้เข้ากับโทนเรื่องและเรียงร้อยกันนำเสนอออกมาได้อย่างสนุกเหลือเชื่อครับผม ซึ่งแต่ละคดีก็เป็นคดีที่เรียกได้ว่าสั่นประสาทคนเกาหลีทั้งนั้นเลย นั่นจึงทำให้ซีรีย์เรื่องนี้ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก และผลตอบรับรวมทั้งคุณภาพก็ทำให้ได้รางวัลตอบแทนกลับมา เรียกว่าสมราคาคุยนั่นแหละครับผม

Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา

     ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่ผมจะไม่พูดไม่ได้สำหรับซีรีย์เรื่อง Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา นั่นก็คืองานภาพครับ บอกได้เลยว่าการนำเสนอภาพนั้นทำออกมาดีมากๆ ครับ บางครั้ง อารมณ์ หรือความรู้สึกต่างๆ อาจจะไม่ต้องสื่อสารผ่านทางดนตรีหรือคำพูดก็ได้ แค่งานภาพที่ถูกนพเสนอออกมาก็ทำให้ผมรู้สึกว้าวได้แล้ว ยิ่งได้งานภาพที่โคตรสุด มารวมกับการตามหาและไขคดีที่โคตรสุด ความสุดทั้งสองอย่างจึงมารวมกันที่ซีรีย์เรื่องนี้ครับ ไม่แปลกใจจริงๆ ที่ได้รับรางวัลมากมายขนาดนั้นครับ ผมอยากให้คุณลองมาสัมผัสกับตัวเอง ว่ามันเดือดขนาดไหน ซึ่งใน 16 ตอนนั้น จะแบ่งแยกย่อยเป็นคดีๆ ไปนั่นทำให้อรรถรสในการดูนั่นหลากหลาย และลุ้นระทึกได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการวางเรื่องราวที่สมเหตุสมผล การขมวดปมจบได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ สำหรับเรื่องนี้ผมไม่หักเลยครับ เคาะรัวๆ ที่ 10/10 เลยครับผม คุณเองก็ลองไปหาดูได้นะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้ ทั้งหมด 16 ตอนจบครับ ทาง Netflix เลยครับผม…แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ