สวัสดีครับ ผมกับผมบ้านๆ รีวิวอีกแล้วนะครับ กับการรีวิวหนัง ซีรีย์ การ์ตูน อนิเมชั่นต่างๆ อย่างไร้กฎ ไร้เกณฑ์ และไร้ความรู้ ประหนึ่งเพื่อนเล่าสู่กันฟังครับ วันนี้ผมมากับหนังใหม่ที่ผมเพิ่งได้ดูสดๆ ร้อนๆ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมานี่เลยครับ ด้วยความที่Netflix จะมีฟังก์ชันโชว์ตัวอย่างระหว่างเลือกดูหนัง ปรากฏว่าผมโดนตัวอย่างตกครับ เรียกได้ว่าแค่ตัวอย่างมาก็ก็Play ทันทีกันเลยทีเดียว กับเรื่อง The Old Guard นั่นเองครับ ซึ่งเป็นหนังอีกเรื่องที่ระทึกและบู๊อย่างเอาเป็นเอาตายกันเลยทีเดียวครับ ด้วยสิ่งที่พวกเขามีเหนือมากกว่าคนอื่น…นั่นคือความอมตะ
เรื่องย่อของ The Old Guard ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มนักรบที่ตั้งตัวรวมกัน โดยมีผู้นำซึ่งได้แค่ แอนดี้ ผู้ที่ผ่านกาลเวลามานานที่สุด เธอเป็นผู้ที่มีพลังวิเศษ หรือกระบวนการบางอย่างในร่างกายที่ทำให้ทัดทานความตายอย่างน่าอัศจรรย์ นั่นคือเธอจะไม่มีวันตายไม่ว่าจะโดนยิงหัวหรืออย่างใดก็ตาม ซึ่งเหล่าผู้พิทักษ์นี้จะมีนิมิตที่สื่อถึงกัน หากมีคนซึ่งมีความสามารถเดียวกันปรากฏขึ้นบนโลก เธอรวมพรรคพวกได้อีก3คน ก่อนที่จะไร้ซึ่งอัศวินคนใหม่จะปรากฏ นั่นคือ “ไนล์” ทหารที่ถูกส่งไปอัฟกานิสถาน ในขณะเดียวกัน ด้วยวันและเวลาที่ผันผ่าน เทคโนโลยีก้าวไกล ทำให้มหาอำนาจรายหนึ่งที่กำลังทำการทดลองเรื่องชีวิตอำมตะดันไปรู้เรื่องพวกเธอเข้า และต้องการจับใครสักคนมาทดลอง แอนดี้จึงต้องไปพาตัวไนล์มาร่วมกลุ่มกับเธอเพื่อต่อต้านการทดลอง และทำภารกิจของพวกเธอต่อไป หากแต่หนทางมันไม่ง่าย…เมื่อวันเวลา เงิน และอำนาจเริ่มมีบทบาทมากขึ้น
รีวิว The Old Guard เพราะไม่ตาย...จึงเจ็บปวด
ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่เปิดเรื่องราวมาได้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่เป็นอมตะ ผมมองว่ามันเล่นได้หลายทางมากเลยครับ เรื่องราวก็เดินเรื่องได้ค่อนข้างเร็ว ตัวเรื่องราวที่ยาวราว 2 ชั่วโมงนั้นไม่ได้น่าเบื่อเลย ฉากแอคชั่น มุมกล้องต่างๆ ทำออกมาได้ดี ถึงใจ และลุ้นระทึกเลยละครับ แต่ก็ต้องย้อนกลับไปที่คำแรกที่ผมบอก The Old Guard นั้นสามารถเล่นไปได้หลายอย่างมาก และผมก็ต้องการเห็นความหลากหลายของแนวทางที่เรื่องจะดำเนินไป
หากแต่ว่าเรื่องราวมันกลับไม่มีจุดพลิกผันที่น่าสนใจมากนักครับ คือตัวเรื่องเดินไปเป็นเส้นตรงเลยครับ ถึงจุดหักมุม หรือจุดไคลแมกซ์ก็ไม่ได้ทำออกมาให้ว้าวมากครับ เป็นหนังที่สามารถดูได้เรื่อยๆ ถามว่าสนุกไหม สนุกครับ เพราะว่าการเดินเรื่องที่ทำออกมาได้ดี แต่มวลรวมแล้ว ผมว่าพล็อตต่างๆ นั้นค่อนข้างเบาไปเสียหน่อย รวมถึงจุดไคลแมกซ์ที่ผมมองว่ามันช่างง่ายเหลือเกิน ง่ายจนรู้สึกว่า “เหรอ…เอาจริงดิ” อะไรประมาณนี้ครับ กระทั่งถึงตอนจบ มันก็ยังไม่ได้รู้สึกประทับใจมากนัก แม้ว่าจะมีการเปิดปลายให้คล้ายว่าจะมีภาคต่อขึ้นมา ด้วยความสัมพันธ์ตัวละครก็กลางๆ ครับ
คะแนนความประทับใจ
พอให้เรื่องเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าหากมองในมุมของการมีภาคต่อ นี่ก็นับว่าเป็นภาคต้นที่เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจพอประมาณครับ เป็นหนังที่สามารถดูฆ่าเวลาได้เรื่อยๆ ไม่ได้แย่ขนาดปิดกลางเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เวิร์คขนาดที่จะต้องกรี๊ดกร๊าดครับ แน่นอนว่า The Old Guard อาจจะถูกใจคุณก็ได้หากได้รับชม รีวิวของผมก็เป็นแค่ความคิดเห็นจากคนชอบดูหนังที่ไม่ได้มีตรรกะหรือว่าความรู้เกี่ยวกับการวิจารณ์มาก แต่ก็เชื่อว่าการเล่าสู่กันฟังนี้จะเป็นอีกทางเลือกให้คุณได้หาหนังดูในวันว่างๆ ครับผม และสำหรับหนังจาก Netflix เรื่องนี้ ผมเคาะคะแนนไปที่ 7/10 ครับผม ดูได้เพลินๆ เลยละครับ แล้วพบกันใหม่ กับรีวิวบ้านๆ เรื่องต่อไปจะเป็นเรื่องอะไร รับรองว่าใหม่ และทันกระแสแน่นอนครับ สวัสดีครับ
